แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ samsung gear แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ samsung gear แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

SAMSUNG GEAR S เปิดฉากอย่างเป็นทางการวันแรกในประเทศไทย 7 พ.ย. ตรงนี้ 11,900 บาท พร้อมกับ GEAR CIRCLE ค่า 2,900 บาทเท่านั้น




ในที่สุดทางซัมซุงก็ประกาศวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วของ Samsung Gear S นาฬิกาอัจฉริยะใส่ซิมได้ที่ ใช้ควบคู่กับ Galaxy Note 4 เก๋ๆ เพราะจะเริ่มวางจำหน่ายกันในวันที่ 7 พฤศจิกายนเป็นต้นไปในสนนราคาโหมโรงต้นที่11,900 บาท ด้วยกันจักวางจำหน่าย Samsung Gear Circle พร้อมๆ กันที่สนนราคาตั้งต้นต้น 2,900 บาทด้วย!!

คนไหนที่กำลังตั้งตารอ Gadget ตัวใหม่จาก ทางซัมซุงอยู่ วันที่ 7 นี้เตรียมตัวกันให้พร้อม สองคู่หูดูโอ Samsung Gear S พร้อมทั้ง Gear Circle จักบุกตลาดประเทศไทยกันอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง ซึ่งสเปคคร่าวๆ ของทั้งคู่มีดังนี้

Samsung Gear S
– หน้าจอเป็น Curved Super AMOLED 2.0″ 360 x 480
– ชิปเซ็ตคือ Dual-core 1.0 GHz
– RAMที่ 512MB, ROMที่ 4GB
– มี Tizen OS
– แบตเตอรี่อยู่ที่ 300 mAh
– รองรับการต่อ WiFi, Bluetooth กับ USB 2.0
– มีเซ็นเซอร์ที่ติดมา Accelerometer, Gyroscope, Compass, Heart Rate, Ambient Light, UV พร้อมทั้ง Barometer
– รองรับระบบ 3Gเคลื่อนความถี่ 850 / 900 / 1900 / 2100 MHz

Samsung Gear Circle
– ชิปเซ็ตคือ CSR 8670 : Support SoundAlive™, NR, EC
– รองรับการต่อ Bluetooth 3.0 / HSP / HFP / A2DP / AVRCP
– มีมอเตอร์มีระบบสั่น
– ตัวเครื่องเคลือเลื่องบเป็น p2i nano-coating กันเปียกกันชื้น
– แบตเตอรี่อยู่ที่ 180 mAh
– ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านทาง microUSB
– มีเซ็นเซอร์ที่ติดมา Magnetic Sensor (Smart Magnetic Clasp Control), Touch sensor (Volume Control)

ใครรออยู่ศูกร์นี้เตรียมตัวจ่ายกันได้เลยๆ

ติดตามข่าวมือถือซัมซุง โทรศัพท์มือถือ โน๊ต 4 กาแลกซี่โน๊ต ไม่ใช่หรืออื่นๆ ได้ที่ : http://thaizones-hitech.blogspot.com/computer/samsung


วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

Preview: งวดฐานพร้อมด้วยพรีวิว Galaxy Note 4 ของนักตัวเป็นๆ

Preview: ครั้งแรกกับพรีวิว Galaxy Note 4 ของแท้ตัวเป็นๆ
กลับมาอีกครั้งกับการพรีวิวของเล่นใหม่เพราะว่าหมู่งาน Sanook! Hitech ด้วยวันนี้ทางเหล่างานได้มีโอกาสสัมผัสตัวเป็นๆ ของ Samsung Galaxy Note 4 สมาร์ทโฟนเรือธงตัวล่าสุดที่เพิ่งมีการเริ่มอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนที่สร้างผ่านมา
เพราะว่าครั้นวานนี้นั้นทาง Samsung ประเทศไทยได้มีการจัดการเริ่ม Samsung Galaxy Note 4 อย่างเป็นทางการในเมืองไทยเป็นครั้งแรก(ด้วยงานจนถึงวานนั้นเป็นแบบ เวิร์คช็อป มากกว่าเพราะว่าส่วนใหญ่ในงานเท่าที่ผมสังเกตเห็นนั้นส่วนใหญ่มีบล็อกเกอร์กับเว็บมาสเตอร์ เรียกได้ว่า เอ็กคลูซีฟ แท้จริงๆ
เกี่ยวกับการมาของ Galaxy Note 4 ในครั้งนี้ส่วนที่ปรับปรุงด้วยกันเปลี่ยนแปลงจาก Samsung Galaxy Note มากพอสมควรเหมือนกันครับไม่ว่าจะเป็นส่วนของจอ การออกแบบตัวเครื่องที่คราวนี้นั้นมาพร้อม อย่างเป็นตัวไม่ใช่ โพลีคาร์บอเนต เหมือนอย่างรุ่นก่อนๆ แต่เป็นวัสดุแบบอลูมิเนียมแทน ด้วยกันที่ขาดไม่ได้ด้วยกันถือเป็นหัวใจของสมาร์ทโฟนในตระกูลโน๊ตนั้คือ ปากกา S-Pen ทีคราวนี้มาแบบฟูลออฟชั่นกันเลยทีเดียว
มาบุกเบิกกันเลยดีกว่าครับ เนื่องด้วยภาพรวมภายในงานนั้นเป็นการนำแนะนำพร้อมกับพูดคุยกันระหว่าง PM ของทาง Samsung ที่ให้เกียรติบินตรงมาจากเกาหลีเพื่อมาร่วมงานกับเราเพราะว่าเฉพาะ เบื้องต้นไมนั้นเป็นการแนะนำ ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับGalaxy Note 4 ซึ่งลักษณะใกล้เคียงกับงานจนถึงวัดเริ่มที่ทะลวงมาครับ งานนี้ PM ของทาง Samsung บรรยายดีครับ และโชคดีที่ทาง Samaung เตรียมลามไว้ให้ด้วย
กว่าจักได้ลองเล่น Samsung Galaxy Note 4 ก็กินเวลาพอสมควรเพราะว่าเค้าสาธิตกันนักๆ ทดลองเล่นให้เราเห็นกันแบบชอตต่อชอต ตรงนี้ผมว่าดีมากก็เพราะว่าเชื่อว่าคนที่มาในงานครั้งนี้คงไม่ 100% ที่เป็นสาวกแอนดรอยด์ พร้อมกับในที่สุดเราก็ได้สัมผัส Galaxy Note 4 กันแล้ว
ครั้งแรกที่ได้จับ Samsung Galaxy Note 4 แม้พูดถึงดีไซน์โดยรวมแล้วความแตกต่างยังคงไม่ทิ้งห่าง Note 3 รุ่นพี่มากนักแต่ Galaxy Note 4 รุ่นใหม่นั้นมีส่วนของขอบรอบตัวเครื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ทำให้ภาพรวมของGalaxy Note 4 นั้นสวยเชียวละมาดูรูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง ด้วยกันการออกแบบดีไซน์ของ Samsung Galaxy Note 4 กันเป็นส่วนๆ ดีกว่าครับ 
เหตุด้วย Samsung Galaxy Note 4 ที่พวกเราได้ลองเล่นในค่ำคืนที่ทะลุมาเป็นตัวเครื่องสีขาวตัดขอบด้วยโลหะสีขาวที่ถูกเคฟุ้งเฟื่องบมาเรียบร้อยแล้ว ตัวขอบอลูมิเนียมเป็นการเปลี่ยนครั้งแรกอย่างเป็นทางการของสมาร์ทโฟนในตระกูลโน๊ต
ตัวเครื่องมีขนาด 153.5x78.6x8.5 มิลลิเมตร หนักเหมือน 176 กรัม ตัวกระจกจอเองจักมีความโค้งเล็กน้อย
มาดูส่วนต่อมากันดีกว่าครับ ด้านหน้าส่วนบน จักมาพร้อมกับลำโพงเพราะด้วยฟังในการสนทนา พร้อมทั้งกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล (f1.9) หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1440 (QHD) แบบ Super AMOLED เรื่องความคมชัดของภาพ ไม่ว่าจะเรื่องสี หรือว่าเส้นไม่ต้องมาพูดกับ Note 4 เรื่องนี้ทางกลุ่มงานคอนเฟริมว่าสีสดยิ่งๆ
ถัดมาเป็น ด้านหน้าส่วนล่างของตัวเครื่อง ซึ่งจักมีปุ่มโฮม และปุ่มการสั่งงานแบบสัมผัสจักประกอบไปด้วย ปุ่มเมนู กับปุ่มย้อนกลับ ส่วนที่เห็นเป็นเส้นๆ ไม่ต้องตกใจนะครับ เพราะเครื่องที่ทาง Samsung ประเทศไทยนำมาให้เราเล่นเป็นเครื่องที่บินตรงมาจากเกาหลี เลยมีบาร์โค้ดมาด้วย ของจริงๆไม่มีแน่นอน
ในส่วนของด้านบนของตัวเครื่องจักมีปุ่มช่องเนื่องด้วยเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนตัวที่ 2 เพราะว่าการบันทึกเสียง ไม่ใช่หรือตัดเสียงรบกวน กับพอร์ท Infrared Port
ด้านข้างทางขวาของตัวเครื่องนั้นจะประกอบไปด้วยปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง เหรอล็อคหน้าจอ
ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับของเสียง
ด้านล่างเป็นส่วนของช่องพอร์ต microUSB เวอร์ชัน 2.0 ครับ เพื่อตัว Note 4 นั้นทาง Samsung เปลี่ยนจาก พอร์ต USB เวอร์ชัน 3.0 แทน
ช่องเนื่องด้วยเสียบปากกา S Pen Stylus เท่าที่ทดลองดึงเข้า-ออก ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่หลุดหายหายแน่นอน (เว้นหลงลืมแล้ววางไว้)
เพื่อด้านหลังของตัวเครื่องก็มาในโทนสีขาวดังที่กล่าวไว้ในข้างต้น วัสดุนั้นยังคงเป็นหนังเทียมเช่นเดิม แต่คราวนี้ตัวเครื่องไม่มีรอยเย็บไม่ใช่หรือรอยต่อแตกต่างจาก Note 3 อย่างสินเชิง งานดูเนียบ หรูหราทีเดียวครับ

ส่วนบนของตัวเครื่องด้านหลังเป็นตำแหน่งของกล้องหลังด้วยกันเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Sensor) ช่องที่อยู่ในตำแหน่งล่างกล้อง  เพราะกล้องดิจิตอลด้านหลังนั้นมาพร้อมกับความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Smart OIS กับ Auto focus
ด้วยกันครั้นเปิดฝาหลังออกมาก็จะพบกับ ช่องเพื่อใส่ซิมการ์ด, ช่องด้วยว่าเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD พร้อมด้วยช่องเพราะใส่แบตเตอรี่ โดยซิมการ์ดที่ใช้จะเป็นแบบ microSIM
แบตเตอรี่ขนาด 3,220 mAh พร้อมเทคโนโลยี Fast Charge
มาถึงจุดเด่นบนสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy Note กันบ้าง Galaxy Note 4 กันบ้างสำหรับปากกา S Pen รองรับการเขียนตามน้ำหนักมือ ยิ่งกดแรงปากกาจะมีเส้นหนาขึ้น ถ้ากดปากกาเบาๆ เส้นปากกาจะเล็กลง ให้อารมณ์คล้ายกับการเขียนด้วยปากกาจริงๆๆ เหตุด้วยปากกา S-Pen บน Samsung Galaxy Note 4 นั้นเรียกได้ว่า มีความแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิมถึงเท่าตัวเลยครับ
นอกจากนี้นั้นปากกา S Pen  รุ่นใหม่นั้นยังทำงานได้ดีกับ ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Smart Select ที่ยิ่งเล่นก็ยิ่งรู้สึกว่ากำลังจับ Pen Mouse อยู่
มาลองส่วนของปากกากันหน่อยครับ ด้วยเวลาที่มีจำกัดทำให้ทางทีมงานไม่ทำเป็นเล่นได้ครบ เลยเอาส่วนที่ทางหมู่งานได้ลองเล่นเป็นแน่แท้ มาฝากกัน เกี่ยวกับใครที่หวังจักเห็นรีวิวฉบับเต็มนั้นรออีกนิด ก็เพราะว่าทางทีมงาน Sanook! Hitech ได้ลงชื่อต่อคิวขอเครื่องมาทดลองเล่นแล้ว งานนี้แฟนๆ ไม่พลาดแน่นอน
ค้นหาถานที่กันหน่อย ปากกาช่วยได้มากมายก่ายกองเลยครับ อย่างตัวอย่างภาพทางพวกงานแค่เขียนคำว่า ดอนเมือง พร้อมกับทำการ Login เข้า Google แค่นั้นแผนที่ก็มาเลย
ส่วนต่อมาทดลองใช้ปากกาในการในรายการเบอร์ ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เขียนชื่อพร้อมหมายเลขโทรศัพท์แค่นั้น Note 4 จะทำการป้อนรายชื่อให้อัพตโนมัติ แม้ว่าการเขียนตัวเลขจะขาดตอน Note 4 ก็สามารถปรับตัวเองอัตโนมัติได้เลย ฉลาดครันๆ
ฟีเจอร์ Wide selfie การถ่ายภาพแบบ 120 องศาด้วยกล้องหน้า เพื่อให้คุณถ่ายภาพ wefie ได้สนุกกว่าที่เคย **แอบเสียดายมากฟีเจอร์เด่นตัวนี้ทางกรุ๊ปงานเล่นไม่ทัน แต่ก็เห็นถึงความรอบรู้ของฟีเจอร์นี้พี่ๆ คนอื่นๆ ที่มาร่วมงานด้วยกันได้แอบเข้าไปถ่ายกับเค้าด้วยเช่นกัน
อ่อ..อย่างมีอีกหนึ่งฟีเจอร์ เด่นอย่าง ฟีเจอร์ Fast Charging บน Samsung Galaxy Note 4 ที่ทำให้คุณเชี่ยวชาญชาร์จแบตเตอรี่ จาก 0% ไปจนถึง 50% ด้วยเวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้น เรียกว่าเด้ดไม่ปราชัย ฟีเจอร์ อื่นๆ แต่ส่วนนี้ต้องรอได้เครื่องมารีวิวก่อนนะ แล้วทางทีมงานจักมากระซิบว่ามันทำได้แน่แท้ไหม?
สรุปผลการทดลองของ Samsung Galaxy Note 4 ที่ได้ลองเล่น
สรุปข้อมูลเบื้องต้นเนื่องด้วยกำหนดการวางจำหน่ายครับ

1. ในส่วนของสนนราคานั้นยังไม่มีการเคาะออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าคงไม่ห่างจากรุ่นพี่อย่าง samsung galaxy note 3 

2. เพื่อในเมืองไทยจะมีแค่ 3 สี Samsung Galaxy Note 4 มีให้เลือเลื่องก 4 สี ได้แก่ สีดำ (Charcoal Black), สีขาว (Frost White), สีทอง (Bronze Gold) ส่วนสีชมพู (Blossom Pink) ไม่มีขาย

3. ใครหมายเล่นในงาน TME ที่กำลังจะมาถึง 2-5 ตุลาคมทาง Samsung เค้ามีของให้จับครับส่วนการจำหน่ายนั้นถ้าหากทันก็อาจมีในงาน แต่เท่าที่สอบถามครั้งนี้นั้นมีแต่การเปิดให้ทดลองเล่น เท่านั้น 

4. รุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายนั้นใช้ชิปเซ็ต Exynos 5433 chipset (รองรับ LTE Cat 4) แบบ Octa-Core Processor (Quad-Core 1.9 GHz + Quad-Core 1.3 GHz) 
5. เพราะด้วย Samsung Gear S นั้นสำหรับประเทศไทยจักมีการนำเข้ามาจำหน่ายแน่นอนประมาณการปลายเดือนตุลาคม 
เอาเป็นว่าอัพเดทกันแค่นี้ก่อนนะครับ พรีวิวครั้งนี้อาจจะยังไม่ละเอียดเท่าไร ด้วยเวลาที่ค่อนข้างบีบ ยังไงทางทีมงานSanook! Hitech ปฏิญาณว่าคราวหน้าสมมตได้เครื่องมาอีกครั้ง ทางทีมงานจะทำการรีวิวแบบจัดเต็มกันแน่นอน แต่อย่างเดียวที่พูดได้ภายหลังได้ทดลองเล่น Samsung Galaxy Note 4 ในช่วงเวลาสั้นๆ Galaxy Note 4 มีอะไรน่าสนใจมากมายอย่างฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่คุณเชี่ยวชาญนำไปใช้งานได้ครันๆ ในชีวิตประจำวัน ด้วยกันดีไซน์แบบใหม่ของ Samsung Galaxy Note 4 แบบใหม่นั้นลบเรื่องสมาทร์โฟนที่ทำจากพาสติกลงอย่างสิ้นเชิง ของแบบนี้ต้องลองเล่นดูด้วยตัวเองครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

สมาร์ทโฟนเครื่องแรก อายุ20ปีแล้ว

          เมื่อ 20 ปีก่อน เชื่อหรือไม่ว่า โลกเราก็มี สมาร์ทโฟน ใช้กันแล้ว และสมาร์ทโฟนที่ว่านี้ ก็ผลิตขึ้นโดยบริษัท ไอบีเอ็ม บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านคอมพิวเตอร์ ที่ทำสมาร์ทโฟนชื่อ ไอบีเอ็ม ไซมอน ขึ้นมา เกิดเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกครั้งของโลก เพราะถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกๆ ของโลกก็ว่าได้
ไอบีเอ็ม ไซมอน พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างบริษัทไอบีเอ็ม กับบริษัท เบลเซลฟ์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของสหรัฐอเมริกา และที่ใช้ชื่อว่า ไซมอน ก็เพราะว่ามันเป็นโทรศัพท์ที่ใช้งานง่ายและสามารถทำได้เกือบทุกอย่างที่ต้องการ เหมือนกับเกม ไซมอน เซส์ นั่นเอง คือบอกให้ทำอะไร ก็ทำตามอย่างนั้น
ไอบีเอ็ม ไซมอน สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1994 หน้าจอเป็นจอแอลซีดี สีเขียว มาพร้อมกับสไตลัส และเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัส ขณะที่ซอฟต์แวร์ที่ให้มานั้น ก็ให้ผู้ใช้สามารถเขียน วาดภาพ หรือบันทึกตารางนัดหมาย และรายชื่อผู้ติดต่อเอาไว้ได้ รวมทั้งยังสามารถใช้ส่งหรือรับแฟกซ์ แน่นอนว่าใช้โทรศัพท์ได้ด้วย นอกจากนี้ ก็ยังมีช่องสำหรับใส่คาร์ทริดจ์ หรือกล่องที่เปรียบเสมือนกับแอพพลิเคชั่นในปัจจุบันนั่นเอง
ตัวเครื่องยาวประมาณ 9 นิ้ว แบตเตอรี่ที่ใช้สามารถใช้งานได้ประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับการโทร.เท่านั้น น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ประมาณครึ่งกิโลกรัม ด้วยความสามารถของแบตเตอรี่ที่แสนสั้น และน้ำหนักครึ่งกิโลกรัม ทำให้ยากต่อการพกพาไปไกลๆ
กระนั้นก็ตาม มันก็ยังเปี่ยมด้วยนวัตกรรมล้ำหน้า คือการนำ พีดีเอ หรือผู้ช่วยดิจิตอลส่วนตัว ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักธุรกิจ กับเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ มารวมไว้ในเครื่องเดียวกันเป็นครั้งแรก
โดยไอบีเอ็ม ไซมอน มีขายเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และราคาขายตอนเปิดตัวนั้นอยู่ที่เครื่องละ 899 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 28,700 บาท โดยขายได้ทั้งหมดราว 50,000 เครื่อง ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกนักธุรกิจที่ซื้อไปใช้กัน แต่ที่สุดแล้ว ก็ไม่มีการพัฒนาใดๆ ต่อ เพราะเมื่อ 20 ปีก่อน การใช้สมาร์ทโฟนอาจจะดูเป็นเรื่องที่ล้ำหน้ามากเกินไป และก็ไม่มีใครสนใจอยากซื้อไปใช้
และหนึ่งในเครื่องที่ยังหลงเหลืออยู่ ก็เป็นของทางพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่จัดแสดงไว้ให้คนรุ่นหลังๆ ได้ชมเทคโนโลยีแสนล้ำ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน
(ที่มา:มติชนรายวัน 20 สิงหาคม 2557 )
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เตือนภัย SMS มัลแวร์ระบาดบนแอนดรอยด์-แฝงขโมยรหัสลับ

 ระบาดมือถือแอนดรอยด์-จ้องขโมยรหัสลับ
          ไทยเซิร์ตเตือนภัยมัลแวร์ระบาดผ่านทาง SMS ส่งหลอกให้กดลิงก์ มุ่งโจมตีผู้ใช้แอนดรอยด์ในไทยโดยเฉพาะ เมื่อติดแล้วจะถูกใช้เครื่องเป็นฐานส่ง SMS ต่อไปให้ผู้อื่นอีก ผู้เชี่ยวชาญคาดอาจมีเหยื่อติดแล้วหลายหมื่นราย เชื่อเป้าหมายคือขโมยรหัสลับธนาคาร
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ออกประกาศเตือนภัยซอฟต์แวร์มุ่งร้าย หรือมัลแวร์ ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างมากบนโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในประเทศไทย โดยซอฟต์แวร์ร้ายดังกล่าวจะส่งข้อความสั้นหรือ SMS เข้ามาในโทรศัพท์มือถือ หลอกให้ติดตั้งแอพ หากใครหลงกลแล้ว มือถือนั้นก็จะถูกใช้เป็นเครื่องมือส่ง SMS แพร่มัลแวร์ไปให้ผู้อื่นต่อไป โดยคาดว่าในช่วงประมาณกว่า 10 วันที่ผ่านมา มีผู้ได้รับผลกระทบแล้วนับแสนราย 

สำหรับลักษณะของข้อความ SMS ที่มีอันตรายดังกล่าวจะถูกส่งมาจากคนรู้จักหรือไม่รู้จักก็ได้ ขึ้นต้นข้อความระบุชื่อผู้รับอย่างชัดเจน พร้อมด้วยข้อความหลอกลวง เช่น “แจ้งให้ทราบการจัดส่งของคุณ” หรือ “รับทราบในการดำเนินคดีของคุณ” ชักจูงให้กดลิงก์ที่แนบมาด้วย เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ต ไปดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บไซต์ Dropbox.com ซึ่งไฟล์ดังกล่าวตั้งชื่อเป็นภาษาไทย เช่น “แจ้ง.apk” หรือ “รับทราบ.apk” แต่ภายในเป็นซอฟต์แวร์มุ่งร้าย หากผู้ใช้แอนดรอยด์กดอนุญาตใช้งาน มันจะแฝงตัวเข้าสู่ระบบทันที และเริ่มดำเนินการใช้มือถือเครื่องนั้นเป็นฐานในการส่งต่อไวรัสไปเป็นวงกว้าง โดยชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ถูกสั่งการส่งมาจากภายนอก ส่วนผู้ใช้ระบบ iPhone นั้น แม้จะได้รับ SMS เช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ไทยเซิร์ตได้ระบุถึงวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน สามารถเข้าดูได้จาก http://www.thaicert.or.th/alerts/user/2014/al2014us017.html และขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามประสานงานป้องกัน แจ้งระงับลิงก์ที่เป็นมัลแวร์ และสอบสวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

นายปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่ได้รับข้อความดังกล่าวไม่ตื่นตระหนก เพราะจะยังไม่ได้รับผลใด ๆ จนกว่าจะมีการดาวน์โหลดไฟล์ดังกล่าวมาและเปิดใช้งานในเครื่องและกดยอมรับอนุญาตการเข้าถึงสำหรับโปรแกรมนั้น

ส่วนผู้ที่เผลอไปเปิดใช้งานมัลแวร์นี้แล้ว ความเสียหายแรกคือ ค่าใช้จ่ายจากการถูกลักลอบใช้เครื่องมือถือนั้นส่งข้อความ SMS ออกไป ขณะที่ความเสี่ยงคือการถูกขโมยข้อมูลต่างๆ ทั้งสมุดโทรศัพท์ และข้อมูลการทำธุรกรรม โดยคาดว่าเป้าหมายอยู่ที่การแฝงตัวเพื่อให้ล่วงรู้รหัสลับหรือ OTP ที่ธนาคารหรือบัตรเครดิตจะส่งเข้ามาให้ในมือถือเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม โดยอาจจะมีการเข้าไปดักเก็บข้อมูลการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านเว็บ หรือแอพพลิเคชั่น ควบคู่ไปด้วย

“จากการติดตามพฤติกรรม สันนิษฐานว่านี่เป็นการกระทำของกลุ่มอาชญากรรม ที่วางแผนมาอย่างสลับซับซ้อน และสร้างลิงก์ใหม่ขึ้นมาตลอด เมื่อตรวจสอบสถิติจากลิงก์ที่เป็นมัลแวร์ดังกล่าว มีผู้กดโหลดไปแล้วหลายหมื่นราย และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยในจำนวนนั้นเป็นผู้ใช้แอนดรอยด์และไอโฟนเป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นที่น่าตกใจว่าน่าจะมีผู้ใช้แอนดรอยด์ตกเป็นเหยื่อแล้วหลายหมื่นคนภายในช่วงเวลาไม่กี่วัน” นายปริญญากล่าว

ทั้งนี้ รายงานสถิติจากเว็บไซต์ Goo.gl เมื่อเวลา 06.00 น.วันนี้ พบว่าลิงก์หนึ่งที่นำไปสู่มัลแวร์ดังกล่าว เพิ่งสร้างขึ้นมาวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ใช้เวลา 3 วัน แพร่กระจายจนถูกคลิกไปแล้วกว่า 32,000 ครั้ง แบ่งเป็นการคลิกจากมือถือแอนดรอยด์ 14,871 ครั้ง ไอโฟน 14,693 ครั้ง รองลงไปคือระบบวินโดวส์ 1,703 ครั้ง


ที่มา สำนักข่าวไทย
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com